| กว่าจะเป็น "เฮือนสุนทรี" วังสิงห์คำ แสงสีอันอ่อนนุ่มต้อนรับผู้มาเยือนเสมอ พระจันทร์ดวงโตสีนวลกระจ่างตาลอยเด่นเหนือลำน้ำปิง สะท้อนแสงเป็นประกายวิบวับ คือความกลมกลีนกับ สายน้ำปิง มวลดอกไม้ วัฒนธรรม และล้านนาอารยะ หลอมรวมกับแม่ญิงที่มุ่งมั่น นำพาความฝัน มาพร้อม กับเสียงเพลงโฟล์คซองคำเมือง ขับกล่อมผู้คนทุกค่ำคืน ณ ที่แห่งนี้ "เฮือนสุนทรี"

เฮือนสุนทรี ตอนบุกเบิกนี่แทบขาดใจ บ้านหลังนี้เก่ามาก เพราะเป็นบ้านร้างมาเป็นแรมปี เราจัดการตกแต่งร้าน เราในที่นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก สุนทรี เวชานนท์ เธอทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด ทาสีเอง ติดรูปเอง ตอกตะปูเอง เช้ามาก็มานั่งเลื่อยไม้อยู่คนเดียว หมายจะเร่งงานให้เสร็จภายในหนึ่งเดือน
พอร้านเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เราก็กำหนดสี วางแปลน ตกแต่งร้าน ดูรายเอียดทุกกระเบียดนิ้ว ดอกไม้สดจะต้องมีประดับไว้ทุกคืน เวลาแขกเดินเข้ามาจะได้ผ่อนคลายสดชื่น เวทีที่จะใช้ร้องเพลงต้องดีไซน์ให้แขกมองเห็นเราทุกสายตาจุดที่เรานั่งก็ต้องสามารถมองเห็นแขกได้ด้วย เรื่องสำคัญที่จะขาดไม่ได้คือเวลาร้องเพลงเราต้องมองเห็นแม่น้ำปิง ถือว่าการจัดวางตรงนี้คือศิลปะแขนงหนึ่ง ซึ่งต้องมีการวางแผนแบบประณีต เพราะคนกำลังจะเข้ามาฟังศิลปะของเรา
จากวันนั้น..การเรียนรู้ก่อรากฐานให้เธอ สร้างฐานะตัวเองให้เติบใหญ่ ภายใต้ประสบการณ์ตรง และการบริหารงานด้วยความรู้จากมหาวิทยาลัยในชีวิตจริง
การที่ร้านเราอยู่ได้ เพราะชื่อ เพราะบริการ เพราะทุกอย่าง เพราะศรัทธาเชื่อมั่นของเรา หัวใจเราสู้อย่างไม่ยอมแพ้ สิ่งที่เปิดขึ้นทั้งหมด ไม่ใช่โชคช่วย มันมาจากแรงกายทั้งสิ้น ความที่เราเคยทำงานโรงแรม ก็เลยมีความรู้ตรงนี้บ้าง กอรปกับตอนเป็นแม่บ้านก็มีภาคปฏิบัติอยู่ทุกวัน ก็เลยนำมาประยุกต์เข้ากับการทำงาน
นี่เป็นเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ ในหน้าแห่งความเป็นมาและเป็นไป ของ เฮือนสุนทรี เท่านั้น

คุณสุนทรี เวชานนท์

บรรยากาศภายใน "เฮือนสุนทรี"

มุมโตกบริเวณระเบียง |